ระยะหลังมานี้ กระแสท่องเที่ยวแนวปีนเขาสูงเป็นที่นิยมอย่างมาก หลายท่านที่ค้นหาข้อมูลเตรียมตัวไปเที่ยว คงคุ้นชื่อยา acetazolamide ที่แหล่งข้อมูลต่างๆ แนะนำให้ใช้เป็นยาป้องกันอาการ "altitude sickness" หรือ "mountain sickness"
ก่อนจะคุยกันเรื่องยานี้ คงต้องคุยเรื่องภาวะผิดปกติเมื่อขึ้นที่สูงนี้ก่อนครับ .. altitude (mountain) sickness พบได้ในผู้ที่ขึ้นไปในที่ที่่สูงกว่า 2400 เมตรหรือ 8000 ฟุตจากระดับน้ำทะเล ซึ่งในที่สูงระดับนี้ อากาศจะมีออกซิเจนเจือจาง ทำให้ร่างกายเกิดความผิดปกติ ซึ่งแสดงออกได้หลายแบบ เช่นมีอาการคล้ายเป็นไข้หวัด หรือเมาค้าง เพราะอาการส่วนใหญ่คืออ่อนเพลีย มึนงง ปวดศีรษะ มวนท้อง คลื่นไส้ อาเจียน เลือดกำเดาไหล นอนไม่หลับ แขนขาบวม และในรายที่อาการรุนแรง อาจพบภาวะปอดคั่งน้ำและสมองบวม ซึ่งทำให้สติสัมปชัญญะเปลี่ยนแปลง หายใจลำบาก โคม่าและเสียชีวิตได้หากไม่รักษาอย่างทันท่วงที
ภาวะที่อันตรายเช่นนี้ สามารถป้องกันได้ครับ โดยิธีป้องกันนั้นมีหลายวิธีและควรทำควบคู่่กันไป ได้แก่ การค่อยๆ เพิ่มความสูงขึ้นไปทีละน้อย ไม่พรวดพราดขึ้นไปยอดเขาโดยนั่งเครื่องบิน นอกจากนี้ยังมีหลัก climb high-sleep low คือเมื่อนักปีนเขาได้สูงเท่าไร เมื่อจะนอน ก็ใช้ไต่ลงมาเล็กน้อย เพื่อที่ร่างกายจะได้ปรับตัวได้มากขึ้น นอกจากนี้ยานอนหลับ ยาที่ทำให้ง่วงรวมถึงแอลกอฮอล์ก็ต้องหลีกเลี่ยงเพราะเพิ่มโอกาสจะเกิดภาวะนี้ได้มากขึ้น
สำหรับ acetazolamide นั้น ใช้ก่อนขึ้นสู่ที่สูงอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันสำหรับผู้ที่ต้องขึ้นที่สูงและไม่มีเวลามากพอที่จะค่อยๆ เพิ่มความสูงทีละน้อย ยานี้จริงๆ แล้วเป็นยาลดความดันโลหิตและขับปัสสาวะ ดังนั้นจึงไม่ได้ปลอดภัยและเหมาะสมกับทุกคน นอกจากนี้ azetazolamide ยังเป็นยากลุ่ม sulfonamide หรือที่เรียกสั้นๆ ว่ายา "ซัลฟา" ซึ่งบางคนอาจแพ้ได้อย่างรุนแรง ดังนั้นก่อนจะใช้ยานี้จึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน เพื่อประเมินอย่างครอบคลุม มิเช่นนั้นแล้ว อาจเกิดอาการข้างเคียงที่อันตรายหรือป้องกันไม่ได้ผล ทำให้การไปเที่ยวหมดสนุกก็เป็นได้นะครับ --- ภก.กิติยศ ยศสมบัติ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย